ในระบบ GSM ส่วนต่อไปที่จะกล่าวถึงคือ ส่วนของ switching
ใช้ในการจัดการเส้นทางในการส่งข้อมูล ซึ่งจะมี signalingมาเกี่ยวข้อง
signaling เป็นสัญญาณที่ใช้ในการควบคุมการส่งข่าวสารจากต้นทางไปยังปลายทางซึ่งมีสองหน้าที่หลักๆคือ
- mobility management จัดการการเชื่อมต่อของโทรศัพท์มือถือ ว่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
- routing จัดการเรื่องของ traffic
signaling ในมาตรฐานเก่า จะถูกกำหนดใว้ที่ time slot ที่ 16 ใน abis interfaceแต่ในมาตรฐานใหม่จะนำ signaling ไปใว้ในtime slot ใดก็ได้ ยกเว้น TS0 ซึ่งสงวนไว้ให้กับ Alignment ที่ใช้ในการ synchronize เวลาในการส่ง data
แล้ว signaling ใช้ในการ routing ได้ไงละ?
เริ่มต้นเราต้องรู้ว่าใครเป็นส่งข้อมูลให้ ส่งให้กับใคร ดังนั้น อุปกรณ์ในโตรงข่าย( NE :Network Eliment เช่น BSC ก็เป็น NE เหมือนกัน )มันจะต้องมีชื่อเรียกของมันเอง จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร
SPC (Signaling Point Code)เป็นรหัสที่ใช้บอกต้นทางปลายทาง ซึ่งมีอยู่สองส่วน
- OPC : Originating Point Code คือรหัสอุปกรณ์ต้นทาง
- DPC : Destination Point Code คือรหัสอุปกรณ์ปลายทาง
ในการสร้างเส้นทางนั้นจะเป็นแบบ logical ที่เรียกว่า SL : signaling Link ระหว่าง NE 2 ตัว และกลุ่มของ SL หลายๆ ตัว แต่ไม่เกิน 16 ตัวอุปกรณ์ จะเรียกรวมๆว่า SLS : Signaling Link Set ใน Routing เดียวกัน
อุปกรณ์ NE สามาถสร้างเส้นทางเชื่อมต่อกันระหว่าง NE ด้วย SLS ทั้งที่ต่อแบบ เป็นวง Mesh ก็ได้ แต่ละ NE สามารถมีได้หลาย SLS ซึ่งหมายความว่า ปริมาณ Traffic จะมากขึ้นตามไปด้วย กว่าเชื่อมต่อที่ NE มีหลายๆ SLS นี้เรียกว่า MPC :Multipoint Code
การเชื่อมต่อระหว่าง NE จะแบ่งปลีกย่อยอีกเป็นสองอย่างคือการเชื่อมต่อภายในเครือข่ายของตัวเอง เช่น msc ของ ais เชื่อมต่อกันเอง จะใช้รหัสที่กำหนดหมายเลขของ NE แต่ละเครื่อง ที่เรียกว่า LPC : Local Point Code แต่ถ้าอุปกรณ์ NEของ ais ไปเชื่อมต่อกับ operator เจ้าอื่น จึงต้องมีการกำหนดรหัสหมายเลขของ NE ให้ไม่ซ้ำเครื่องอื่นๆในโลก รหัสนี้เรียกว่า IPC : International Point Code
สรุป ที่ผ่านมา เรารู้จักคำเหล่านี้กันพอสมควรแล้วนะครับ
SL signaling Link
SLS Signaling Link Set
MPC Multipoint Code
LPC Local point Code
IPC International Point Code
เอาละ พอเรารู้ว่าใครจะรับ ใครจะส่ง ต่อไปคือระหว่างส่งนะครับ ว่า signaling เค้าเข้าไปเกี่ยวข้องยังไง
มารู้รักระบบที่อธิบายให้เข้าใจง่ายๆเลย
ระบบ T S T : Time Space Time
ใช้ระบบโทรศัพท์แบบเก่า ประกอบด้วย
- TSM : Time Switch Module เป็นอุปกรณ์ที่ส่งผ่านข้อมูลไปยัง Traffic ที่ต้องการ ด้วยการย้ายข้อมูลไปยังฝั่งขาออก ยกตัวอย่าง เช่น PABX ซึ่ง signaling จะเป็นตัวกำหนดว่าจะไปออกช่องใหน ออกขาใหน
- SPM : Space Module เป็นช่วงระหว่าง TSM ทำการส่งข้อมูล
แต่ในปัจจุบัน ระบบจะถูกพัฒนาเป็น TS : Time Space ซึ่งมีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลมากกว่า โดยการส่งsignaling แทนข้อมูลผ่านโปรโตคอล อย่างเช่น SIGTRAN : C7 over IP เป็นการส่งสัญญาณ signaling ผ่านโปรโตคอล IP
เนื่องจากปัจจุบัน ระบบ IN : Intelligent Network จะใช้ IPในการส่งข้อมูล
ส่วนข้อมูลที่ส่งใน Traffic แบ่งออกเป็นสองประเภท
- Signaling ใช้ควบคุมการส่งข้อมูลจริง
- Trunk ใช้ส่งข้อมูลจริง เช่น voice data
วันอังคาร, เมษายน 8, 2008
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น