9 เมษายน 2551 : ความรู้ทางด้านระบบ GSM : การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี 2.5G เป็น 3G
ในปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆได้เข้ามาปรับปรุงให้สิ่งต่างๆดีขึ้น ทางด้านการสื่อสารก็เช่นกัน ดังเช่นเทคโนโลยี GSM ที่กำลังจะความเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่ส่งข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วขึ้นในยุคที่ 3
ลำดับการพัฒนาของระบบสื่อสารนั้น ในยุคแรกหรือยยุคที่ 1G ส่วนใหย่จะเป็นระบบโทรศัพท์บ้านพื้นฐานที่ข้อมูลมักจะเป็น voice เท่านั้น เช่นระบบ AMP ซึ่งเป็นระบบอนาล๊อก ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องการโทรข้าม operator ไม่ได้
ในยุคที่ 2G เป็นยุคของ GSM โดยจะมี data Rate อยู่ที่ น้อยกว่า 64 kbps จะมีการพัฒนาที่เรียกว่า Roaming ซึงจะทำให้ mobile ในระบบ GSM สามารถโทรข้ามไปใช้กับ operator อื่นทั่วโลกได้ และมี service ใหม่ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลที่ไม่ได้เป็น voice อย่างเดียวแต่จะเป็น data ด้วย เช่น GPRS ( bit rate = 171 kbps) ซึ่งในเมืองไทยตอนนี้ อยู่ในยุคของ 2.5G แต่ก็มี service บางตัวที่พัฒนาให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลเทียบเท่ากับ 3G แล้ว คือ EDGE (bit rate = 384 kbps)
ส่วนในยุค 3G ซึ่งเป็นยุคของการสื่อสารไร้สารความเร็วสูง ทำให้การสื่อสารจะไม่ได้ส่งแค่ข้อมูลเสียงอย่างเดียวแต่จะส่งข้อมูลภาพด้วยที่เรียกว่า video conference สิ่งต่อไปที่อาจจะเกิดตามมา serviceใหม่ๆ ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นไป และได้มีข้อกำหนดที่จะให้ระบบสื่อสารทุกระบบสามารถใช้ร่วมกันได้ (Seamless Roaming) ในทุกพื้นที่ อีกข้อดีหนึ่งคือแม้ว่า จะเปลี่ยนไปใช้อีก operator หนึ่ง ก็จะสามารถใช้ service ตัวเดิมได้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงจาก 2.5G ไปเป็น 3G จะปรับปรุงสามด้านคือ
- internet เช่นเรื่อง multimedia
- telecom service ได้แก่ MMS chat เป็นต้น
- information เช่น video conference
3G ตั้งแต่แรกกำหนดเป็น release 99 ซึ่งจะกำหนดอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลตั้งแต่ 384kbpsขึ้นไป เป็นตัวขีดเส้นมาตรฐาน 3G
================รูป evolution Path ================
ด้านความแตกต่างที่เกิดขึ้น ของ 2G ไปเป็น 3G เทคนิคที่ใช้ส่งข้อมูลก็จะเปลี่ยนไป คือแต่เดิม จะเป็นแบบ FDD ซึ่งจะมีความถี่ที่ใช้ในการ uplink 1.92 GHz ถึง 1.98GHz และมีความถี่ downlink ตั้งแต่ 2.1GHz ถึง 2.17GHz จะเปลี่ยนไปใช้เทคนิค TDD ซึ่งจะส่งข้อมูลโดยใช้ความถี่เดียวคือ 2.1GHz แต่แบ่งช่วงเวลาในการ uplinkและ downlink
อีกหนึ่งความแตกต่างของการพัฒนาจากระบบ 2.5G ไปเป็น 3Gนั่นคือ bandwidth ที่กว้างขึ้น ซึ่งแต่เดิม bandwidth ของ GSM จะอยู่ที่ 200kHz โดยมีความเร็วในอากาศ 270 symbol per sec แต่หลังจากพัฒนาไปเป็น 3G จะมี bandwidth ถึง 5MHz และมีความเร็วในอากาศ 3.84 MChip per sec
ส่วนในเรื่องอุปกรณ์และชุมสาย จะมีการเปลี่ยนชื่อในการเรียกอุปกรณ์
BSS จะถูกเรียกว่า RAN : Radio Access Network เนื่องจากใน 3G จะมีการ access เป็นระบบเดียวกันหมด
NSS จะถูกเรียกว่า CN : Core Network
BTS จะเรียกว่า Node B
มีการรวม อุปกรณ์ BSC กับ PCU :Packet Control Unit เรียกว่า RNC : Radio Network Control
เทคโนโลยี 3G ใน release แรก( release 99) จะเปลี่ยนเทคนิคจาก TDMA : time division multiple access ไปเป็น CDMA : code division multiple access
ส่วนใน release 4 จะกล่าวถึงการเปลี่ยน core network จาก MSC และ GMSC ที่เป็นโหนดเดียวที่ส่งทั้ง signaling ในการคุยกันเพื่อใช้ในการติดต่อส่งผ่านข้อมูลจริงระหว่างโหนด และส่ง data จริงผ่าน trunk เมื่อเป็นระบบ 3G แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็น MSC server ใช้ส่งสัญญาณ signaling เพียงอย่างเดียว และ CS_MGW : circuit switch media gateway ใช้ในการส่ง data จริงเพียงอย่างเดียว โดยในการส่ง ข้อมูลจริงจากเดิมระบบ GSM จะใช้หลักการ TDM เมื่อเปลี่ยนเป็น 3G จะใช้ระบบ ATM หรือ IP ในการส่งข้อมูลแทนแต่ก็ยังสามารถใช้ TDM ได้เช่นเดิมด้วย
============ รูป ครับ รูป ==========
ต่อมา release 5 ได้กำหนด ให้ใช้ IP ทั้งหมดและเพิ่มระบบ packet switch ซึ่งรวมกับ circuit switch จะเรียกว่า IMS : IP Multimedia Service
ลำดับการพัฒนาของระบบสื่อสารนั้น ในยุคแรกหรือยยุคที่ 1G ส่วนใหย่จะเป็นระบบโทรศัพท์บ้านพื้นฐานที่ข้อมูลมักจะเป็น voice เท่านั้น เช่นระบบ AMP ซึ่งเป็นระบบอนาล๊อก ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องการโทรข้าม operator ไม่ได้
ในยุคที่ 2G เป็นยุคของ GSM โดยจะมี data Rate อยู่ที่ น้อยกว่า 64 kbps จะมีการพัฒนาที่เรียกว่า Roaming ซึงจะทำให้ mobile ในระบบ GSM สามารถโทรข้ามไปใช้กับ operator อื่นทั่วโลกได้ และมี service ใหม่ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลที่ไม่ได้เป็น voice อย่างเดียวแต่จะเป็น data ด้วย เช่น GPRS ( bit rate = 171 kbps) ซึ่งในเมืองไทยตอนนี้ อยู่ในยุคของ 2.5G แต่ก็มี service บางตัวที่พัฒนาให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลเทียบเท่ากับ 3G แล้ว คือ EDGE (bit rate = 384 kbps)
ส่วนในยุค 3G ซึ่งเป็นยุคของการสื่อสารไร้สารความเร็วสูง ทำให้การสื่อสารจะไม่ได้ส่งแค่ข้อมูลเสียงอย่างเดียวแต่จะส่งข้อมูลภาพด้วยที่เรียกว่า video conference สิ่งต่อไปที่อาจจะเกิดตามมา serviceใหม่ๆ ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นไป และได้มีข้อกำหนดที่จะให้ระบบสื่อสารทุกระบบสามารถใช้ร่วมกันได้ (Seamless Roaming) ในทุกพื้นที่ อีกข้อดีหนึ่งคือแม้ว่า จะเปลี่ยนไปใช้อีก operator หนึ่ง ก็จะสามารถใช้ service ตัวเดิมได้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงจาก 2.5G ไปเป็น 3G จะปรับปรุงสามด้านคือ
- internet เช่นเรื่อง multimedia
- telecom service ได้แก่ MMS chat เป็นต้น
- information เช่น video conference
3G ตั้งแต่แรกกำหนดเป็น release 99 ซึ่งจะกำหนดอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลตั้งแต่ 384kbpsขึ้นไป เป็นตัวขีดเส้นมาตรฐาน 3G
================รูป evolution Path ================
ด้านความแตกต่างที่เกิดขึ้น ของ 2G ไปเป็น 3G เทคนิคที่ใช้ส่งข้อมูลก็จะเปลี่ยนไป คือแต่เดิม จะเป็นแบบ FDD ซึ่งจะมีความถี่ที่ใช้ในการ uplink 1.92 GHz ถึง 1.98GHz และมีความถี่ downlink ตั้งแต่ 2.1GHz ถึง 2.17GHz จะเปลี่ยนไปใช้เทคนิค TDD ซึ่งจะส่งข้อมูลโดยใช้ความถี่เดียวคือ 2.1GHz แต่แบ่งช่วงเวลาในการ uplinkและ downlink
อีกหนึ่งความแตกต่างของการพัฒนาจากระบบ 2.5G ไปเป็น 3Gนั่นคือ bandwidth ที่กว้างขึ้น ซึ่งแต่เดิม bandwidth ของ GSM จะอยู่ที่ 200kHz โดยมีความเร็วในอากาศ 270 symbol per sec แต่หลังจากพัฒนาไปเป็น 3G จะมี bandwidth ถึง 5MHz และมีความเร็วในอากาศ 3.84 MChip per sec
ส่วนในเรื่องอุปกรณ์และชุมสาย จะมีการเปลี่ยนชื่อในการเรียกอุปกรณ์
BSS จะถูกเรียกว่า RAN : Radio Access Network เนื่องจากใน 3G จะมีการ access เป็นระบบเดียวกันหมด
NSS จะถูกเรียกว่า CN : Core Network
BTS จะเรียกว่า Node B
มีการรวม อุปกรณ์ BSC กับ PCU :Packet Control Unit เรียกว่า RNC : Radio Network Control
เทคโนโลยี 3G ใน release แรก( release 99) จะเปลี่ยนเทคนิคจาก TDMA : time division multiple access ไปเป็น CDMA : code division multiple access
ส่วนใน release 4 จะกล่าวถึงการเปลี่ยน core network จาก MSC และ GMSC ที่เป็นโหนดเดียวที่ส่งทั้ง signaling ในการคุยกันเพื่อใช้ในการติดต่อส่งผ่านข้อมูลจริงระหว่างโหนด และส่ง data จริงผ่าน trunk เมื่อเป็นระบบ 3G แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็น MSC server ใช้ส่งสัญญาณ signaling เพียงอย่างเดียว และ CS_MGW : circuit switch media gateway ใช้ในการส่ง data จริงเพียงอย่างเดียว โดยในการส่ง ข้อมูลจริงจากเดิมระบบ GSM จะใช้หลักการ TDM เมื่อเปลี่ยนเป็น 3G จะใช้ระบบ ATM หรือ IP ในการส่งข้อมูลแทนแต่ก็ยังสามารถใช้ TDM ได้เช่นเดิมด้วย
============ รูป ครับ รูป ==========
ต่อมา release 5 ได้กำหนด ให้ใช้ IP ทั้งหมดและเพิ่มระบบ packet switch ซึ่งรวมกับ circuit switch จะเรียกว่า IMS : IP Multimedia Service
ความคิดเห็น
รอหน่อยแล้วกัน แต่ TrueMove ยังไม่เห็นมีข่าวออกมาเลยนี่เนอะ