วันพุธ, เมษายน 16, 2008

16 เมษายน 2551 : External Alarm & Switching

หลังสงกรานต์ก็เริ่มต้นการฝึกงานอีกครั้งหนึ่ง ( ปิดไม่กี่วัน แทบจะไม่ได้เที่ยวเลย ) งานที่เปลี่ยน severity ของภาคเหนือ ที่ค้างอยู่ ก็ได้เวลาสะสางซะที

วันนี้พี่ๆที่เอไอเอส ได้สอนเกี่ยวกับเรื่อง External Alarm ซึ่งเป็น Alarm ที่พบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันและประจำเดือนของเหล่า serveilance ( เป็น โจทก์ ที่ต้องเจอหน้ากันทุกวัน ) ซึ่งจะเกี่ยวกับ ระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้แก่ สถานีชุมสาย ที่มักจะมีปัญหาไฟฟ้าที่บางวันเกิดดับๆติดๆ เป็นสาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์ สถานีชุมสายล่มได้ ( หายนะ เลยนั่น)

ระบบไฟฟ้าสำลองของแต่ละชุมสายเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้อุปกรณ์ในชุมสายยังสามารถทำงานได้อย่างปกติสุข (ในเวลาหนึ่งอันสั้นๆ) ในเวลาที่เกิดเหตไฟฟ้าดับ เช่น เมาแล้วกลับ ขับชนเสาไฟฟ้า รึต้นไม้ที่ถึงเวลาลาโลกนี้ไปแล้ว แต่ยังดันที่มาโค่นพาดผ่านสายไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าให้แก่ชุมสายของเรา และอีกหลายๆสาเหตุนาๆประการที่ทำให้ไฟฟ้าดับ

โดยปกติ ในสถานีชุมสายจะมีแหล่งจ่ายจากการไฟฟ้า ซึ่งจะแบ่งจ่ายเป็นสองส่วนดังรูป ข้างล่างนี้ เพื่อเป็นระบบสำรองขั้นต้น โดยเมื่อเกิดหุไฟดับ ATS : Automatic Transfer Switching จะเปลี่ยนมารับกระแสไฟฟ้าจากระบบสำรองแทน ซึ่ง สร้างกระแสไฟฟ้าสลับจาก generator ที่กินน้ำมันเป็นอาหาร หมุนเวียนเปลี่ยนสลับกันทำงานระหว่างที่ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับอยู่ (ทำงานอยู่ได้ ประมาณ สิบกว่าชั่วโมง ) ส่วนไฟฟ้าที่เป็นกระแสสลับก็จะไปจ่ายไฟให้แก่ อุปกรณ์พวก server ที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่อง VAS ใน ชุมสาย
และไฟอีกส่วนหนึ่งจะผ่านอุปกรณ์ rectifier เพื่อเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสตรงที่ใช้จ่ายให้แก่อุปกรณ์ที่ดูแลด้าน network ของชุมสาย เช่น MSC BSC BTS

ในส่วนของอุปกรณ์ที่เป็น NE : network Element ของชุมสาย เบื้องต้น เมื่อไฟฟ้าดับ จะมีระบบสำรองของตัวเองอีกชั้น จาก แบตเตอร์รี่ หลายร้อยลูกที่คอยจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงให้แก่ NE เหล่านี้ได้อีกประมาณ 4 ชั่วโมง

มาพูดถึงเรื่อง alarm ที่เกิดขึ้นกันบ้าง ที่แสดงในรูปด้านล่างเป็น alarm บางส่วนที่ เกิดขึ้นเมื่อเวลาไฟฟ้าดับ เริ่มจาก main AC fail : ( ไฟฟ้าดับค้าบบ ) จะโชว์ที่ monitor หน่วยเฝ้าระวัง servilance ทันที งานต่อไป ATS จะเริ่มเปลี่ยนมารับไฟฟ้าจาก generator ทันที ( ถ้า ATS ไม่ทำงาน จะเกิด alarm ที่เรียกว่า ATS Auto fail ส่งผลให้ side ของเรา ล่ม ไปเลยครับ ) อีก alarm ที่อาจเกิดขึ้นคือ Generator on load ที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ generator เราหมุนแต่ไม่มีไฟฟ้ามาจ่ายให้แก่ NE ของเราครับ เมื่อกระแสไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายสำรองมาถึงส่วน rectifier แต่เจ้านี่เกิดไม่ทำงาน alarmmที่เกิดเรียกว่า Rectifier unit fail

ดังที่กล่าวในขั้นต้น อุปกรณ์ NE ในชุมสายจะมีแหล่งไฟตรงสำรองจากแบตเตอรี่ แม่แบตเตอรี่ใช้เป็นแหล่งจ่ายไฟไปนานๆเข้า ก็จะเกิด alarm คือ low voltage เตือนว่าไฟกำลังจะหมด รีบๆ ซ่อมให้ไฟฟ้ากลับมาใช้แหล่งจ่ายปกติจากการไฟฟ้าได้แล้ว ไม่งั้น side จะล่มนะ จะบอกให้…..


วันเสาร์, เมษายน 12, 2008

10 เมษายน 2551 : Transmission งานเข้า!!!

วันนี้ เอไอเอส เปิดตัว ระบบ 3G เริ่มเปิดให้ที่แรกสยามพาราก้อน พี่หนึ่งที่แผนกบอกมาครับ เป็นข่าวดีของผมเลยนะเนี่ย เผื่อจะได้ลองทดสอบกะเค้าด้วย อยากเล่นว่ามันจะเจ๋งแค่ใหน

วันนี้พี่ฟริ้น ได้สอนเกี่ยวกับระบบ Transmission ที่ช่วยในการส่งข้อมูลระยะไกลๆ โดยมีอุปกรณ์ในระบบดังนี้ครับ

========== รูปครับรูป ===========
TRS : transmissionเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น โดยการรวมสัญญาณความเร็วต่ำไปส่งในสาย (มันคือเครื่อง MUX : multiplexer นั่นเอง ) ส่วนการมัลติเพล็กจะมีสองแบบเนื่องจากรูปแบบสัญญาณมีแบบแอนาล็อกและแบบดิจิตอลนั่นเอง
PDH : plesiochronuos digital hierarchy เป็นสัญญาณอนาล๊อกที่มีจังหวะในการส่งข้อมูลตายตัว
SDH : synchronous digital hierarchy มีสัญญาณนาฬิกาเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการใส่ overhead เข้าไปด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับสัญญาณนาฬิกาเพื่อใช้ในการทำ synchronous

แล้วเมื่อเราได้ทำการ multiplex เพื่อรวมข้อมูลที่จะส่งโดยสัญญาณเหล่านี้มีความเร็วต่ำในตอนแรก ให้มีอัตราการส่งข้อมูลที่สูงขึ้นเพื่อใช้ส่งในสายแบบ E1 แล้วนะครับ พิจารณากลุ่มข้อมูลเหล่านี้ เริ่มจาก กลุ่มข้อมูลที่ใช้ส่งในสาย E1 จะถูกเรียกว่า C-12 ที่มีความเร็วต่ำที่สุดประมาณ 2Mbps จะถูกรวมเข้ากับ overhead และ pointer แล้วเรียกรวมกันว่า VC-12
1(C -12 ) + overhead เท่ากับ 1 ( VC - 12 )
1(VC - 12) + pointer เท่ากับ 1 ( TU - 12 )
3 ( VC-12 ) เท่ากับ 1 ( TUG-2)
7 ( TUG-2) เท่ากับ 1 ( TUG-3 )
3 ( TUG-3) เท่ากับ 1 (AVG ) ที่มีความเร็ว 155 Mbps

======== รูปครับรูป =======

เวลาที่ฝั่งส่ง ส่งข้อมูลไปให้ฝั่งรับนั้น pointer จะเป็นตัวที่ใช้ชี้ว่าข้อมูลระดับ VC -12 ที่ต้องการใช้ในฝั่งรับ อยู่ที่ใด แล้วฝั่งรับจึงดึงข้อมูลนั้นๆมาใช้ได้เลย

========= รูปครับรูป =========

ระหว่างการเชื่อมต่อของ BTS กับ TRS นั้นจะมีตู้อุปกรณ์ใว้เชื่อมโยงสายระหว่างอุปกรณ์ ที่เรียกว่า DDF : digital distribution frame การเชื่อม transmission จะเชื่อมโยงถึงกันหมด โดยมีเส้นไฟเบอร์สำรองใว้ในกรณีสายอีกเส้นเกิดปัญหา

=========รูปครับรูป =========


นำมาสู่ alarm จากการ transmission งานของผมที่ต้องไปเปลี่ยนระดับความสำคัญของ alarm (Serverity) ด้าน transmission ของอุปกรณ์ภาคเหนือน่ะครับ

RDI : Remote Detect Indirect
AIS : Alarm Indication Signal
LOS : Loss of Signal

สัญญาณ alarm เหล่านี้ ในตอนแรกเป็นแค่ warning แต่มีผลทำให้เกิด alarm ที่มี Serverity เป็น critical

สัญญาณที่ใช้ส่งในสาย fiber optic ใน เครือข่ายที่มีโครงสร้างแบบ ring นี้จะมีระดับความเร็วดังนี้
STM-1 : 155Mbps
STM-4 : 622 Mbps
STM-16 : 2.5Gbps
STM-64 : 10Gbps

วันที่ 11 เมษายน 2551 : ก่อน สงกรานต์

วันนี้ที่ตึกชินวัตร 2 ชั้นล่างมีซุ้มจัดงานสงกรานต์ โดยภายในงานมีพระพุทธรูปใว้ให้พนักงานเอไอเอสได้สงน้ำพระก่อนขึ้นไปทำงานเพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงเที่ยงก็มีพระมาให้พรและรดน้ำมน ส่วนซุ้มอื่นๆมีการขายของเล่นสมัยก่อนและสมัยใหม่ หลายอย่าง เช่น ป๋องแป๋ง ที่ตักดินทราย ( เผื่อใครจะไปทะเลละมั้ง ) ปืนฉีดน้ำ ฯลฯ มีขนม เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สาคูไส้หมู ( น่ากินมาก )

ผมมาฝึกงานเช้ากว่าปกติ และต้องหอบกระเป๋าโน๊ตบุคมาใบหนึ่ง(ที่แสนจะหนัก) กะฝึกงานเสร็จ จะไปหมอชิต กลับบ้านเที่ยวสงกรานต์ วันนี้ก็มาแก้ servility ของ alarm ทั่วภาคเหนือ ที่ยังค้างของเมื่อวานต่อครับ แต่ตอนเช้าๆ เครื่อง server ค่อนข้างมีปัญหา เข้าโปรแกรมไม่ค่อยได้ เล่นทำงานได้ช้ากว่าที่คิด

หลังช่วงพักเที่ยง ที่แผนกเริ่มจะเปิดสงครามปืนฉีดน้ำ วิ่งไล่ยิงกันทั่วแผนก ( โตๆกันแล้วเนอะๆ ) รู้สึกวันนี้แผนกจะคึกคักเป็นพิเศษและชุ่มไปด้วยน้ำและกลิ่นน้ำหอม ตกบ่ายมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่คือพี่ช่วง ดูแล้วรู้สึกว่าบรรยายกาศการทำงานของแผนกนี้เป็นกันเอง แบบน้องเคารพพี่ เพื่อนๆผมวันนี้ก็ได้ความรู้เรื่อง database เพิ่มขึ้น ส่วนผมขอทำงานให้เสร็จก่อนดีกว่านะ

วันพฤหัสบดี, เมษายน 10, 2008

9 เมษายน 2551 : ความรู้ทางด้านระบบ GSM : การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี 2.5G เป็น 3G

ในปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆได้เข้ามาปรับปรุงให้สิ่งต่างๆดีขึ้น ทางด้านการสื่อสารก็เช่นกัน ดังเช่นเทคโนโลยี GSM ที่กำลังจะความเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่ส่งข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็วขึ้นในยุคที่ 3

ลำดับการพัฒนาของระบบสื่อสารนั้น ในยุคแรกหรือยยุคที่ 1G ส่วนใหย่จะเป็นระบบโทรศัพท์บ้านพื้นฐานที่ข้อมูลมักจะเป็น voice เท่านั้น เช่นระบบ AMP ซึ่งเป็นระบบอนาล๊อก ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องการโทรข้าม operator ไม่ได้

ในยุคที่ 2G เป็นยุคของ GSM โดยจะมี data Rate อยู่ที่ น้อยกว่า 64 kbps จะมีการพัฒนาที่เรียกว่า Roaming ซึงจะทำให้ mobile ในระบบ GSM สามารถโทรข้ามไปใช้กับ operator อื่นทั่วโลกได้ และมี service ใหม่ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการส่งข้อมูลที่ไม่ได้เป็น voice อย่างเดียวแต่จะเป็น data ด้วย เช่น GPRS ( bit rate = 171 kbps) ซึ่งในเมืองไทยตอนนี้ อยู่ในยุคของ 2.5G แต่ก็มี service บางตัวที่พัฒนาให้มีความเร็วในการส่งข้อมูลเทียบเท่ากับ 3G แล้ว คือ EDGE (bit rate = 384 kbps)

ส่วนในยุค 3G ซึ่งเป็นยุคของการสื่อสารไร้สารความเร็วสูง ทำให้การสื่อสารจะไม่ได้ส่งแค่ข้อมูลเสียงอย่างเดียวแต่จะส่งข้อมูลภาพด้วยที่เรียกว่า video conference สิ่งต่อไปที่อาจจะเกิดตามมา serviceใหม่ๆ ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นไป และได้มีข้อกำหนดที่จะให้ระบบสื่อสารทุกระบบสามารถใช้ร่วมกันได้ (Seamless Roaming) ในทุกพื้นที่ อีกข้อดีหนึ่งคือแม้ว่า จะเปลี่ยนไปใช้อีก operator หนึ่ง ก็จะสามารถใช้ service ตัวเดิมได้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงจาก 2.5G ไปเป็น 3G จะปรับปรุงสามด้านคือ

- internet เช่นเรื่อง multimedia
- telecom service ได้แก่ MMS chat เป็นต้น
- information เช่น video conference

3G ตั้งแต่แรกกำหนดเป็น release 99 ซึ่งจะกำหนดอัตราความเร็วในการส่งข้อมูลตั้งแต่ 384kbpsขึ้นไป เป็นตัวขีดเส้นมาตรฐาน 3G
================รูป evolution Path ================
ด้านความแตกต่างที่เกิดขึ้น ของ 2G ไปเป็น 3G เทคนิคที่ใช้ส่งข้อมูลก็จะเปลี่ยนไป คือแต่เดิม จะเป็นแบบ FDD ซึ่งจะมีความถี่ที่ใช้ในการ uplink 1.92 GHz ถึง 1.98GHz และมีความถี่ downlink ตั้งแต่ 2.1GHz ถึง 2.17GHz จะเปลี่ยนไปใช้เทคนิค TDD ซึ่งจะส่งข้อมูลโดยใช้ความถี่เดียวคือ 2.1GHz แต่แบ่งช่วงเวลาในการ uplinkและ downlink

อีกหนึ่งความแตกต่างของการพัฒนาจากระบบ 2.5G ไปเป็น 3Gนั่นคือ bandwidth ที่กว้างขึ้น ซึ่งแต่เดิม bandwidth ของ GSM จะอยู่ที่ 200kHz โดยมีความเร็วในอากาศ 270 symbol per sec แต่หลังจากพัฒนาไปเป็น 3G จะมี bandwidth ถึง 5MHz และมีความเร็วในอากาศ 3.84 MChip per sec


ส่วนในเรื่องอุปกรณ์และชุมสาย จะมีการเปลี่ยนชื่อในการเรียกอุปกรณ์
BSS จะถูกเรียกว่า RAN : Radio Access Network เนื่องจากใน 3G จะมีการ access เป็นระบบเดียวกันหมด
NSS จะถูกเรียกว่า CN : Core Network
BTS จะเรียกว่า Node B
มีการรวม อุปกรณ์ BSC กับ PCU :Packet Control Unit เรียกว่า RNC : Radio Network Control

เทคโนโลยี 3G ใน release แรก( release 99) จะเปลี่ยนเทคนิคจาก TDMA : time division multiple access ไปเป็น CDMA : code division multiple access

ส่วนใน release 4 จะกล่าวถึงการเปลี่ยน core network จาก MSC และ GMSC ที่เป็นโหนดเดียวที่ส่งทั้ง signaling ในการคุยกันเพื่อใช้ในการติดต่อส่งผ่านข้อมูลจริงระหว่างโหนด และส่ง data จริงผ่าน trunk เมื่อเป็นระบบ 3G แล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็น MSC server ใช้ส่งสัญญาณ signaling เพียงอย่างเดียว และ CS_MGW : circuit switch media gateway ใช้ในการส่ง data จริงเพียงอย่างเดียว โดยในการส่ง ข้อมูลจริงจากเดิมระบบ GSM จะใช้หลักการ TDM เมื่อเปลี่ยนเป็น 3G จะใช้ระบบ ATM หรือ IP ในการส่งข้อมูลแทนแต่ก็ยังสามารถใช้ TDM ได้เช่นเดิมด้วย

============ รูป ครับ รูป ==========
ต่อมา release 5 ได้กำหนด ให้ใช้ IP ทั้งหมดและเพิ่มระบบ packet switch ซึ่งรวมกับ circuit switch จะเรียกว่า IMS : IP Multimedia Service

วันอังคาร, เมษายน 8, 2008

1 เมษายน 2551 : ฝึกงานวันแรก

วันเเรกของการฝึกงานที่เอไอเอส ผมตื่นเช้าหน่อยเพื่อที่จะให้มาทันเวลาเข้าทำงานของที่นี่ ในเวลา สองโมงครึ่ง แม้ว่าจะเคยได้มาแผนกแล้ว แผนกที่ผมมาฝึกงานคือ NOC : Nationwide Operation Center (ฟังชื่อ ก็ ดูดีแล้ว น่าฝึกงานมากๆครับ)

เข้ามาแผนกประมาณ แปดโมงครึ่ง พี่ซ๊อส พี่เลี้ยงที่รับผิดชอบดูแลผมและนิ้ง คู่ที่ฝึกงานด้วยกัน ได้เล่ารายละเอียดคร่าวเกี่ยวกับพัฒนาการของระบบโทรศัพท์มือถือตั้งแต่ยุคแรกๆจนมาถึงยุคปัจจุบันที่กำลังจะก้าวไปสู่ยุค 3G (ของเมืองไทยนะ )

เพื่อนๆในแผนก นี้ ได้แก่ นิ้ง( หรือ เทพ นิ้ง เรียนโค้ดเก่ง) กับเม่ยที่มาจากลาดกระบังด้วยกัน เรียนวิศวะ โทรคมนาคมด้วยกัน และ เขอ( ชือ แปลกๆ ชื่อเล่น จริงๆ ว่า เขอซิง แปล ว่า .....) เรียน com sci อยู่ที่บางมด ดูเป็นคนเรียบร้อยๆดี

ในแผนก NOC นี้ พี่ๆที่คอยดูแลกพวกนักศึกษาฝึกงาน คือ พี่ฟริ้นกับพี่ หนึ่ง ในแผนก SYS ที่จัดพื้นที่เป็นห้องหรือคอกสุดท้าย พี่หนึ่งฟริ้นและพี่หนึ่ง พาไปดูแผนกงาน NOC ทั้งหมดในชั้น 9 แยกย่อยออกเป็น 6 ส่วนดังนี้

- SYS ( System Supervision) เป็นแผนกที่คอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของ network
- SMC ( Service Management Center) เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะรายบุคคลซึ่งอาจจะรับรู้ปัญหาตรงนั้นจากลูกค้าโดยตรงหรือ shop ต่างๆ ปัจจุบันแผนกนี้เปลี่ยนชื่อเป็น SES
- ECS ( Enterprise and CP supervision) เป็นแผนกที่แก้ปัญหาในระดับองค์กร
- CFM ( Configuration Management) เป็นแผนกที่ทำการ configเลขหมายของชุมสายและหมายเลขโทรศัพท์
- NAM ( Network Analysis Management) เป็นการ check stat. ของ network โดยสามารถที่จะดูย้อนหลังได้ ถ้าเกิดมีปัญหา ฝ่ายนี้จะเป็นผู้แก้ไข
- COTS ( Corporate Technical Support) เป็นฝ่ายที่ contatct และ service กับบริษัท Blackberry ซึ่งเป็น vendor กับบริษัทอยู่ จะทำการ check push mail


เนื่องจากพวกเรา(นักศึกษาฝึกงาน ) ต้องมานั่งรวมกันที่ แผนกของ SYS กันทั้ง 4 คน เลยได้เรียนรู้งานของแผนกนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งฝ่าย SYS จะทำหน้าที่แก้ไขระบบ และจะเป็นคนแรกที่เห็น Alarm ในฝ่าย SYS ก็แบ่งการดูแล alarm เป้น สองส่วนหลักๆ คือ

- Core Network : แบ่งโหนดตามภาค 5 ภาค ส่วนพื้นที่ในกรุงเทพจะกระจายไปทุกๆโหนด

Node A – NR ภาคเหนือ
Node B – SR ภาคใต้
Node C – CR ภาคกลาง
Node D – ER ภาคตะวันออก
Node E - NER ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

- VAS : จะดูแลจำพวกบริการเสริมทุกอย่าง จะแบ่งโหนดเพื่อดูแล service ออกเป็น 2 Nodes
Node A – จะดูแลเกี่ยวกับ SMS MMS เป็นต้น
Node B – จะดูแลเกี่ยวกับพวก GPRS EDGE เป็นต้น

SYS จะมี tool อีกตัวที่ใช้ออกใบงาน (JB :)นั่นคือ TTS :..... ซึ่งเมื่อ base station เกิดปัญหาขึ้น Alarm จะถูกส่งมาที่ แผนกนี้ โดยมี NMC : ........ คอยเฝ้าดู Alarm ตลอด 24 ชั่วโมง NMCจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนโดยดูจาก C หรือระดับความรุนแรงของปัญหา แล้วถ้ายังแก้ไขไม่ได้จะออกใบ JB ให้กับ fieldmentanance ให้ไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ base station นั้นๆ

Serverity จะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
- critical ระดับรุนแรงที่สุด ใช้เวลาในการแก้ไข 3 ชั่งโมง
- major ระดับรุนแรงรองลงมา ใช้เวลาในการแก้ไข 10 ชั่งโมง
- minor ระดับรุนแรงรองลงมา ใช้เวลาในการแก้ไข 3 วัน


ซึ่ง NMC จะมี tool ตัวหนึ่งที่ชื่อCFMS ย่อมาจาก Centralize Fault Management System :
เป็น Tool ที่ถูกพัฒนาให้สามารถรวม Alarm ที่เกิดจากอุปกรณ์ของหลาย supplier มาใช้รวมกันที่เดียวได้ ในกรณีใช้อุปกรณ์ของหลายบริษัท

8 เมษายน 2551 : ความรู้เกี่ยวกับระบบ GSM : switching

ในระบบ GSM ส่วนต่อไปที่จะกล่าวถึงคือ ส่วนของ switching
ใช้ในการจัดการเส้นทางในการส่งข้อมูล ซึ่งจะมี signalingมาเกี่ยวข้อง

signaling เป็นสัญญาณที่ใช้ในการควบคุมการส่งข่าวสารจากต้นทางไปยังปลายทางซึ่งมีสองหน้าที่หลักๆคือ
- mobility management จัดการการเชื่อมต่อของโทรศัพท์มือถือ ว่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
- routing จัดการเรื่องของ traffic

signaling ในมาตรฐานเก่า จะถูกกำหนดใว้ที่ time slot ที่ 16 ใน abis interfaceแต่ในมาตรฐานใหม่จะนำ signaling ไปใว้ในtime slot ใดก็ได้ ยกเว้น TS0 ซึ่งสงวนไว้ให้กับ Alignment ที่ใช้ในการ synchronize เวลาในการส่ง data

แล้ว signaling ใช้ในการ routing ได้ไงละ?

เริ่มต้นเราต้องรู้ว่าใครเป็นส่งข้อมูลให้ ส่งให้กับใคร ดังนั้น อุปกรณ์ในโตรงข่าย( NE :Network Eliment เช่น BSC ก็เป็น NE เหมือนกัน )มันจะต้องมีชื่อเรียกของมันเอง จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร

SPC (Signaling Point Code)เป็นรหัสที่ใช้บอกต้นทางปลายทาง ซึ่งมีอยู่สองส่วน
- OPC : Originating Point Code คือรหัสอุปกรณ์ต้นทาง
- DPC : Destination Point Code คือรหัสอุปกรณ์ปลายทาง

ในการสร้างเส้นทางนั้นจะเป็นแบบ logical ที่เรียกว่า SL : signaling Link ระหว่าง NE 2 ตัว และกลุ่มของ SL หลายๆ ตัว แต่ไม่เกิน 16 ตัวอุปกรณ์ จะเรียกรวมๆว่า SLS : Signaling Link Set ใน Routing เดียวกัน

อุปกรณ์ NE สามาถสร้างเส้นทางเชื่อมต่อกันระหว่าง NE ด้วย SLS ทั้งที่ต่อแบบ เป็นวง Mesh ก็ได้ แต่ละ NE สามารถมีได้หลาย SLS ซึ่งหมายความว่า ปริมาณ Traffic จะมากขึ้นตามไปด้วย กว่าเชื่อมต่อที่ NE มีหลายๆ SLS นี้เรียกว่า MPC :Multipoint Code

การเชื่อมต่อระหว่าง NE จะแบ่งปลีกย่อยอีกเป็นสองอย่างคือการเชื่อมต่อภายในเครือข่ายของตัวเอง เช่น msc ของ ais เชื่อมต่อกันเอง จะใช้รหัสที่กำหนดหมายเลขของ NE แต่ละเครื่อง ที่เรียกว่า LPC : Local Point Code แต่ถ้าอุปกรณ์ NEของ ais ไปเชื่อมต่อกับ operator เจ้าอื่น จึงต้องมีการกำหนดรหัสหมายเลขของ NE ให้ไม่ซ้ำเครื่องอื่นๆในโลก รหัสนี้เรียกว่า IPC : International Point Code


สรุป ที่ผ่านมา เรารู้จักคำเหล่านี้กันพอสมควรแล้วนะครับ

SL signaling Link
SLS Signaling Link Set
MPC Multipoint Code
LPC Local point Code
IPC International Point Code

เอาละ พอเรารู้ว่าใครจะรับ ใครจะส่ง ต่อไปคือระหว่างส่งนะครับ ว่า signaling เค้าเข้าไปเกี่ยวข้องยังไง
มารู้รักระบบที่อธิบายให้เข้าใจง่ายๆเลย

ระบบ T S T : Time Space Time
ใช้ระบบโทรศัพท์แบบเก่า ประกอบด้วย
- TSM : Time Switch Module เป็นอุปกรณ์ที่ส่งผ่านข้อมูลไปยัง Traffic ที่ต้องการ ด้วยการย้ายข้อมูลไปยังฝั่งขาออก ยกตัวอย่าง เช่น PABX ซึ่ง signaling จะเป็นตัวกำหนดว่าจะไปออกช่องใหน ออกขาใหน
- SPM : Space Module เป็นช่วงระหว่าง TSM ทำการส่งข้อมูล

แต่ในปัจจุบัน ระบบจะถูกพัฒนาเป็น TS : Time Space ซึ่งมีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลมากกว่า โดยการส่งsignaling แทนข้อมูลผ่านโปรโตคอล อย่างเช่น SIGTRAN : C7 over IP เป็นการส่งสัญญาณ signaling ผ่านโปรโตคอล IP
เนื่องจากปัจจุบัน ระบบ IN : Intelligent Network จะใช้ IPในการส่งข้อมูล

ส่วนข้อมูลที่ส่งใน Traffic แบ่งออกเป็นสองประเภท
- Signaling ใช้ควบคุมการส่งข้อมูลจริง
- Trunk ใช้ส่งข้อมูลจริง เช่น voice data

วันจันทร์, เมษายน 7, 2008

4 - 5 - 6 เมษายน 2551 : walk rally GA#8

วันแรกของการเดินทาง

ช่วงสามวันนี้ ทางพี่ๆ เอไอเอส ให้นักศึกษาในโครงการ GA#8 ( Grow with AIS # 8 ) ให้เข้าร่วมกิจกรรม Walk Rally และ แข่งขันกีฬาสี ( เป็นโอกาศดีที่ได้โดดงานไปเที่ยว ) ในค่ายนี้มีการจับคู่บัดดี้ที่เราต้องคอยเทคแคร์ระหว่างอยู่ในค่ายโดยที่จะต้องทำไม่ให้เจ้าตัวรู้ ผมก็นั่งนึกว่าจะซื้ออะไรให้บัดดี้ผมดี สุดท้ายก้อจบที่ตุ๊กตาไอ้มดแดงที่ไปเล็งๆไว้แล้วในร้านตลาดนัดลาดกระบัง (ชอบไอ่ตัวนี้มาก มันเท่ดี)


เช้าวันนี้เลยต้องตื่นดึกเป็นพิเศษ เพื่อที่จะไปให้ทันขึ้นรถที่ตึก ชินวัตร1 ที่จะออกรถตอนเจ็ดโมงครึ่ง มาถึงก่อนเวลานัดสักสิบนาที เพื่อนๆกำลังทยอยกันมาขึ้นรถ ลืมบอกไป ผมอยู่สีชมพู ได้นั่งรถคนที่หนึ่งกับกลุ่มสีเขียว
เมื่อได้เวลารถออกเดินทาง ผมนั่งด้านหน้าสุดกับ ตั้ว เพื่อนภาคโทรคมนาคมลาดกระบัง คุยกันเล่นๆไประหว่างทางที่มีแต่รถติด กว่าจะพ้นเขตกรุงเทพก็นานพอสมควร นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ไปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างนั่งบนรถก็ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆในรถที่นั่งไกล้ๆ และนั่งดูวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง ดูว่าผ่านสถานที่ใหนบ้างโดยมีตั๊วเป็นไกด์ เนื่องจากเป็นเจ้าถิ่นแถวๆนี้ ระว่างทางมีวิวสวยๆให้เห็นเยอะ ระว่างทางข้ามสะพานแม่น้ำแคว ไร่นาที่มีภูเขาเป็นเส้นตัดเส้นขอบฟ้า ด้วยความประทับใจจากสถานที่สวยๆนี้ผมเลยชอบที่จะท่องเทียวประเภทบุกป่าฝ่าดงมากกว่าจะเที่ยวในเมืองซะอีก อยากจะมีกล้องเจ๋งๆสักตัวเก็บภาพสวยๆเหล่านี้จริงๆ
การเดินทางเป็นไปอย่างเชื่องช้าเนื่องจากรถคนที่ผมนั่งมาต้องวิ่งชะลอรถคันหลังที่เกิดอุบัติเหตุไปชนประตูของตึกชิน 1 เราจึงไปจอดพักรอรถอีกคันที่ปั้มน้ำมัน เJET ลงไปซื้อขนมให้บัดดี้สองสามอย่าง พอกลับขึ้นรถก็มีเพื่อนเอาของฝากบัดดี้ของผมมาให้ เป็น ปืนยินลูกกระสุน (เหอๆ น่ารักดี บัดดี้คนนี้เทคแคร์ดีจัง ปลื้มๆ ) การเดินทางเป็นไปอย่างเรื่อยๆเฉื่อยๆอย่างกะรถขายโอ่ง ในที่สุดก้อถึงที่พักของเราคือ โรงแรม เลกาซี่ ริเวอร์แคว รีสอร์ท รวมๆบรรยากาศที่นี่ดีมากๆ บ้านพักรีสอร์ทที่มี ร้อยกว่าหลังก็สร้างให้เข้ากับบรรยากาศที่ร่มรื่น แทบไม่เชื่อว่าแตกต่างจากทางที่เข้ามาโรงแรมที่มีแต่ไร่ที่โล่งๆ ที่มีต้นไม้บางตา

มาถึงก็เข้าไปที่ห้องประชุมของโรงแรม พี่วิชิต พี่แก้ว และบบรดาพี่ๆจากเอไอเอส กล่าวเปิดงาน เพื่อนๆนั่งเป็นวงกลม พี่ๆเค้าจับบัดดี้ใหม่ ตอนแรก ผมได้ บัดดี้ชื่อ ทราย เรียนที่พระนครเหนือ (เหอๆ ดีสิครับ เผื่อจะได้บัดดี้น่ารักๆ ) จับมา ได้เทพ นิ้ง (เพื่อนภาค เพื่อนสถาบัน เพื่อนแผนกอีกต่างหาก ) ได้ดูแลตลอด 2 เดือน ละงั้น แม้ว่าจะจบค่ายนี้เพราะขนมที่ซื้อมาเทคแคร์บัดดี้นี่ กินไปเรียบร้อยแล้ว

พอพักเที่ยง พี่เค้าปล่อยไปกินข้าว อาหารเที่ยงที่นี่ ดีมาก อร่อยมาก ในบรรดาที่เข้า ค่ายมา( ก้อแหม เอไอเอสจัดเนอะ) อย่างนี้ต้องกินให้จุใจ จะได้อ้วนก้องานนี้ เพราะเค้าเลี้ยงดีจริงๆ




Walk Rally

หลังจากกินข้าวเที่ยงให้คุ้มกับที่วันนี้ไม่ได้ตังค่าฝึกงาน 200 บาทแล้ว ( งกครับ) ก้อไปนั่งง่วงในห้องประชุม พี่ๆจะอ่านจดหมายบัดดี้ที่ให้เราเขียนถึงบัดดี้ให้ทุกคนฟัง บางฉบับเขียนแบบธรรมดา กินข้าวอร่อยใหม ประมาณนี้ บางฉบับก็ฮาแบบเน่าๆ บางฉบับก้อจีบกัน (สื่อรักบัดดี้จริงๆนะเนี่ย) ผมนี่ก้อได้มาสองสามฉบับ แต่ก็งงเล็กน้อยว่าเขียนให้ใครเนื่องจากมี คนชื่อหนึ่ง อยู่สองคน หนึ่งอีกคนมาจากราชมงคล

จากนั้นก็ทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม เช่น หอยเปลี่ยนฝา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วิ่งรอบห้องประชุม เอาซะเหนื่อย หลังจากนั้นก้อให้เข้ากลุ่มสี ผมต้องเข้าสีชมพู ที่มีสามชิกทั้งหมด 26 คน หลังจากประชุมกันในกลุ่มก็ช่วยกันตั้งชื่อกลุ่ม ตั้งชื่อว่า ชมพูดูเล็กซ์ (ยี่ห้อถุงก๊อบแก็บชนิดหนึ่ง ฮึๆ เสื่อม) พร้อมกับท่าประจำกลุ่ม ต่อมาก็จัดกลุ่ม Walk Rally กลุ่มละ 10 คน ไปเล่นฐาน 5 ฐานเพื่อเอาคะแนนมาให้กลุ่มตัวเอง ผมโดนแยกไปอยู่กลุ่ม ชื่อกลุ่ม “เห็ดป๋ำ ” เผอิญอยู่กลุ่มกับนิ้งอีก เลยเต้องนียนๆ พยายามเทคแคร์นิดหน่อยแต่ก้อไม่ให้เจ้าตัวรู้ว่าเป็นคู่บัดดี้ และแล้วพวกเราก็เริ่มเข้าฐาน

ฐานแรก ผมตั้งชื่อให้เลยว่า ฐานงูตาบอด ก็ให้สมาชิกทุกคนผูกผ้าปิดตา แล้วเอามือจับหลังเพื่อนคนข้างหน้าเพื่อต่อขบวนกัน เหลือแต่สมาชิกคนสุดท้ายที่ไม่ต้องปิดตาและคอยบอกทิศทางให้เพื่อนคนข้างหน้าสุดคนเก็บลูกบอลที่วางอยู่บนพื้น โดยห้ามใช้เสียง แต่ใช้การตบใหล่เป็นการบอกสัญญาณแทน การเล่นเป็นไปอย่างทุกลักทุเล ทั้งเป็นใบ้ ทั้งตาบอด
ฐานที่สอง ตั้งชื่อให้ว่าฐาน มิชชั่นอิมพัสซิเบิ้ล หย่อนตัวไปในสระว่ายน้ำโดยไม่ใช่สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน แต่ใช้เพื่อน เกาะแข้ง เกาะขา เกาะเข็มขัดและ เกาะขอบสระ เพื่อเราจะหย่อนลูกปิงปองลงในขวดที่ลอยตุ๊บป่องบนสระว่ายน้ำ ฐานนี้ต้องใช้ความเชื่อใจเพื่อนมากกกกกกกก (ว่าจะไม่ปล่อยเราตกน้ำ แต่ก้อไม่มีใครตกน้ำนะ)
ฐานที่สาม หนีบป๋องโค้งซ้อนสามชั้นโดยเอายางผูกกับเลือกแล้วผูกกับตัวเรา ฐานนี้ผ่านสบายๆ ใช้เวลาน้อย ผ่านได้ไม่ยากนัก
ฐานที่สี่ เดินสิบเอ็ดขาถือแก้วน้ำ ดดยเกมส์นี้ให้เราเอาผ้ามัดขา เดินไปต้องพร้อมๆกันไม่งั้นหน้าจิ้มดิน แถมต้องคอยประคองน้ำในแก้มไม่ให้หกอีก แล้วค่อยๆก้าวข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ ประคองน้ำไปเทใส่ถังในฝั่งตรงข้าม
ฐานที่ห้า ด่านกับระเบิด ง่ายๆ เดินไปตามช่อง ถ้าเดินไปถูกช่องใหนที่มีกับระเบิดก็ตาย เพื่อนๆจะช่วยจำเส้นทางที่เดินผ่าน และช่องที่มีระเบิด

หลังจากเล่น ฐาน walk rally เสร็จ พี่ๆสรุปว่าได้อะไรจากแต่ละด่านแล้วปล่อยไปอาบน้ำ เมทร่วมห้องประจำค่ายของผมมีสองคน เติ้ล วิศวะit ลากระบัง กับ ฮั้น siit จากธรรมศาสตร์ บ้านพัก หลังที่ 203 – 2

ตกเย็นกินอาหารบนแพที่ลอยบนลำน้ำแคว บรรยากาศสุดเนี้ยบ หลังจากอิ่มก้อเข้าห้องประชุมเพื่อทำกิจกรรม ตามหาไข่สุดขอบฟ้า โดยมีไข่เจ็ดฟองไปซ่อนใว้ในที่ต่างๆโดยให้มีคำใบว่าใข่ในแต่ละที่ซ่อนอยู่ที่ใหนและคำใบ้ของไข่อันถัดไปจะอยู่ในไข่อันที่หาเจอ แต่ละกลุ่มออกไปหาไข่ทีละสองคน(ประมาณนั้น ที่จริงกฏมันเยอะกว่านี้ ขี้เกียจอธิบาย )พอดีกลุ่มสีชมพูของผม คนไปหาไข่ใบแรก หาไม่เจอ ส่งคนไปเพิ่มก้อยังไม่เจออีก เลยช้ากว่าเพื่อนไปนิด กลุ่มสีเหลืองเลยจบเกมส์ก่อน (ไม่เป็นไร ต่อให้ ขำๆ) ให้กำลังใจเพื่อนๆทุกคนที่ตั้งใจพยายามหาไข่ทำเพื่อทีมครับ สุดยอดกันทุกคน
หลังจากการหาไข่กลุ่ม สีชมพูดูเล็กซ์ เตรียมการแสดง ทีแรกที่คิดคือจับเอาโฆษนาหลายๆตัวมารวมกัน แล้วก้อหาเพลงซ้อมลีด สรุปได้เพลง หอยจ้อยลี่ กะโอ้ทะเลแสนทราม ขำดีๆ สักห้าทุ่มก็ปล่อยไปนอน แต่จังหวะนี้หลายๆห้องก็กลายเป็นบ่อนเปิด แฮะๆ ส่วนผมขอบายครับ ง่วง

วันที่สอง




ตื่นมาตอนหกโมงกว่าๆ ก้อต้องรีบเข้าห้องน้ำแปรงฟันแล้วเอาน้ำมาลูบหัวฟูๆที่เซ็ตโดยไม่ได้ตั้งใจจากการนอน แล้วรีบวิ่งไปที่จุดรวมออกกำลังกาย (สายแล้วๆ) ผมได้ไปนำเพื่อนๆออกกำลังกายแบบตายังไม่ค่อยจะลืม แล้วพาไปวิ่งได้ยี่สิบกิโลฯ (อันนี้เว่อร์ไป) พอได้เหงื่อ ก็แยกย้ายไปอาบน้ำ กินข้าวเช้า แล้วก็เข้ามานั่งในห้องประชุมเพื่อละลายพฤติกรรมกันเช่นเคย เกมส์แรกให้กระดาษที่ระบุพฤติกรรมต่างๆแล้ววิ่งไปให้เพื่อนเซ็นต์ในช่อง เช่นหน้าตาดีเหมือนดาราเ ขนหน้าแข้งดก ผายลมบ่อยๆ กำลังลดน้ำหนัก ถูกจีบจนเซ็ง ชอบไปสนามหลวง ไม่มีแฟน ฯลฯ(ข้อสุดท้ายนี่ดูเป็นพิเศษ) ให้เพื่อนเซ็นต์ให้มากที่สุด ผมได้ 23 จาก25 ช่อง พี่แก้วเก็บกระดาษ แล้วอ่านรายชื่อให้เพื่อนๆออกมานั่งเกลางวง แล้วให้เพื่อนที่ไม่ได้ถูกเรียกทายว่า พวกที่ออกมานี่เซ็นต์ช่องใหน จับแต่ละช่องนี่ ฮาๆทั้งนั้น

ส่วนเกมส์ที่สองให้เราจับเอาของในถุงแล้วไปจับคู่กับของของเพื่อนแต่ต้องอธิบายเหตุผลว่าคู่กันเพราะอะไร แรกๆก้อง่ายอยู่หรอก แต่พอกลายเป็นกลุ่มใหญ่ปั๊บ งานเข้าทันที เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาจับกลุ่ม ก็ต้องอาศัยสเตปการใหลไปเรื่อยๆ (แต่ละเหตุผล คิดไปได้กันเนอะ) ถึงจะดูเหตุผลว่าไร้สาระแต่ผมก็ได้อะไรจากเกมนี้นะ มันเหมือนว่าการที่แต่ละคนไม่รู้หรอกจะจับอะไรได้แต่ก้อต้องพยายามหาเหตุผลที่ทำให้ของเหล่านี้มีความสำพันธ์กันได้ ก็เหมือนกับเพื่อนๆที่มาที่นี่ ต่างพ่อต่างแม่ ต่างประสบการณ์แต่การทำกิจกรรมนี่แหละเป็นสิ่งที่สร้างความสำพันธ์ให้แต่ละคนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้

ต่อจากนั้นก้อให้จับกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มสีเดียวกันแล้วให้ถามชื่อและที่อยู่ พอกลุ่มใหญ่มากๆใครจะไปจำได้ตอนกลุ่มโดนถามนี้ ผมได้ย้ายไปอยู่บางรักซะงั้น

กำแพงสีชมพู

เที่ยงปุ๊บก็ได้เวลากินข้าว เสร็จ พี่เค้าประชุมเรื่องกิจกรรมการแสดงและแข่งกีฬาสี กีฬาก็มี 6 อย่าง ผมลงไปซะสามรายการ แข่นคนอึด เป่าลูกโป่งเป่าแป้งกินหนมกินโค้ก วิ่งเปรี้ยวกล้วยหอม แล้วก็วิ่ง 20 ขานอกจากที่ไม่ได้ลงก็มี ชักกะเย่อ แชร์บอลหญิง หลังจากจัดตัวนักกีฬาก็คุยๆเรื่องเปลี่ยนเรื่องละครให้เป็นแบบสงครามนางฟ้า ส่วนลีดก้อแยกไปซ้อม ได้เวลาบ่ายสี่โมงเย็นเป๊ะๆ ก้อเริ่มแข่งแชร์บอล การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด จากเกมส์นี้นำให้บรรดาเพื่อนๆจากสถาบันอื่นได้พิสูจน์ว่าสาวๆจากลาดกระบังนี่ สวย ถึกและบึกบึน ตัวทำเกมส์แชร์บอลนี่ มาจากลาดกระบังทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวตัดเกม ตัวกระแทก เล่นจริงจังจนแทบจะกระโดดถีบกันเลยทีเดียว บางคนเป็นตัวโยนลูกไกลแล้วเข้าตะกร้าเลยก็มี ที่เห็นเล่นดีๆ ก็มีหยก จาก ภาคไอทีเนี่ยแหละ เบอร์ 9 สุดยอดจริงๆ บอลเข้ามือเหมือนว่าบอลเข้าตะกร้า สีชมพูเลยแพ้ไปตามระเบียบ

กีฬาต่อๆมา เช่นชักกะเย่อนี่สู้สีเขียวไม่ใหว ฐานแน่น คนอึดก็แพ้ เนื่องจากผมกินโค้กไม่ทัน วิ่งเปรี้ยวนี่ชนะรอบแรก แต่รอบสองนี่พลาดไปนิดส์สรุปว่า อันใหนที่ผมลงแข่งอ่ะ แพ้หมด (เอิ๊กๆๆ เศร้าคร้าบบบบ ) แต่ส่วงที่ผมเห็นและได้จากตรงนี้จริงๆคือความร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนๆที่ตั้งใจทำเพื่อทีม เป็นความรู้สึกที่เราสู้ ช่วยเหลือกันไปด้วยกัน ถึงแม้ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงแต่เราก็รู้ว่าเราทุกคนได้ทำอย่างเต็มที่ ในเกมส์กีฬา เรื่องแพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดา ครับ แพ้เป็นพระ ชนะก็ขำ ผมว่าจุดที่เป็นยูนิตี้ของทีมที่สูงสุดเริ่มจากตรงนี้แหละ ทะลายทุกความปิดกั้นภายในของแต่ละคน ทุกคนเหนื่อยก็เหนื่อยด้วยกัน ดูแลกัน หาน้ำมาให้กินเวลาเพื่อนๆเหนื่อย พูดให้กำลังใจและคำปรึกษาเมื่อเพื่อนในทีมเจอปัญหา ดีใจเมื่อเพื่อนทำแต้มได้

ต่อจากนั้นมีการแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ ทีมสีชมมพูนี่เก็บตัวซ้อมเป็นอย่างดี เทรนด์ก่อนแข่งประมาณสิบกว่านาทีก็ลงแข่งเลย แต่ละเพลงใช้แข่งนี่ก็ฮาเสื่อมๆทั้งนั้น ก้อเรียกเสียงฮาจากเพื่อนๆได้มาก แต่สีที่ว่าเตรียมลีดได้ดีก็เป็นสีเหลืองนี่ครับ เปิล มะหมี่ เต้นได้อย่าง (ไม่นึกว่า หน้าโครตเรียบร้อยจะทำแบบนี้ได้) ถึงใจ จริงๆ แต่ลีดจากสีฟ้าก็น่ารักไม่แพ้สีใหนคัดมาทำให้บรรดาหนุ่มหัวใจเต้นตึกตักๆ

จังหวะหัวใจ



หลังจากแข่งกีฬาและลีดเสร็จ เราก็มานั่งประชุมกันทั้งกลุ่ม เจี๊ยบจากเอแบค หัวหน้ากลุ่มสีชมพู ดิวจากจุฬาหัวหน้าลีด กุ้ง ควีน โช่ง ต่อ เค ตอง เติ้ล ฮั้น ดวง ซวง ชมพู จุ ฯลฯ นั่งประชุมแถวๆสนามบอลต้องเปลี่ยนละคร ตกลงกันได้ว่าแสดงการประกวด AF เลยคุยว่าจะเอาศิลปินคนใหนดี ร้องแบบฮาๆ ไปๆมาๆ ผมได้เป็น พี่บี้ ซะงั้น โดยมี เคกับต่อ เป็นแดนเซอร์ร่วมเพลง จังหวะหัวใจ (อย่างฮา กล้าทำเนอะกุ) ต่อมาก็มีพี่ตูน บอดี้สแลม เพลง อกหัก (เจี๊ยบ) พี่แบ๊งค์ วงแคลช กับเพลงเช็ดน้ำตา(หล่อ เลย โด่ง) น้องพลับและแดนเซอร์ มาร้องเพลงคุณครูครับ ( รายนี้เด็กสมบูรณ์จริง แดนเซอร์คือ ชมพูกับ ดวง) และโฟว์ มด เพลงเด็กมีปัญหา( น่ารักมากคร้าบบบ ) โดยมีคอมเมนเตเตอร์สองท่าน เอกราชเก่งทุกทาง และสาธิต( เติ้ลกับตอง ) ที่เปลี่ยนเป็นพี่ม้า รึก็เปลี่ยนเป็นพี่แก้วได้ ห้าสาวรับจ้างกรี๊ด (…จุ กุ้ง บลาๆ) สองสาวจากทางบ้านที่คอยคอมเม้นเหล่าบรรดา AF ( ) สองพิธีกรบนเวทีที่สร้างความฮา ( ) พวกเราซ้อมกันจนเกือบแทบไม่ได้อาบน้ำและกินข้าวเย็นกันทีเดียว ทุ่มเทจริงๆ แต่ผมเนี่ยหนักนิดนึงเพลงก้อร้องไม่ได้ ท่าก็เต้นไม่ได้ เนื่องจากไม่เคยดูเอ็มวีเลย แต่ก็ได้ เทรนเนอร์ จุ กับ …. ติวเข้มให้ ฮามากๆ ไม่เคยทำอย่างนี้มากก่อนเลยพี่น้อง (ช่วงนี้หน้าจะหนาผิดปกติ อายเค้าไหมเนี่ย ) แสดงเป็นกลุ่มสามครับ เลยมีเวลาเตรียมบทนานหน่อย แต่ขึ้นเวทีจริงๆดันลืมเนื้อร้องซะงั้น ท่าก็แปลกๆ เต้นมั่วๆไปเลย แต่กลุ่มสุดท้ายนี่แสดงเรื่องสงครามนางฟ้าก็ฮาดีเหมือนกัน เชอรี่ ตีบทแตก เล่นกับเสี่ยอู๊ด สนุกดีเหมือนกันครับ
หลังจากแสดงละครพี่แก้วให้แสดงความคิดเห็นแล้วก็พาไปผูกแขนเป็นรุ่น GA8 พร้อมกับ จุดเทียนรอบๆ ป้าย GA8 เป็นภาพที่น่าจดจำอีกหนึ่งภาพ เพื่อนๆทุกคนถือเทียนค่อยๆทยอยเข้ามาปักเทียนรอบๆป้าย เสร็จก็กินข้าวต้มแล้วแยกย้ายไปนอน ห้องใหนเปิดห้องคำนวนแคลคูลัสคนก็จะเยอะหน่อย



เช้าสุดท้าย เดินทางกลับ

วันนี้พี่เค้านัดตอนสองโมงครึ่งแต่พวกผมนี่สามโมงครึ่งถึงได้ไปห้องประชุม เนื่องจากทั้งห้องพากันนอนไม่ยอมตื่น เข้าไปปุ๊บโดนด่าปั๊บ เช้านี้เลยไม่ได้กินข้าวเช้า เข้าห้องประชุมครั้งนี้เป็นการทำกิจกรรมสุดท้ายคือ เฉลยบัดดี้ ช่วงพักเบรกผมเลยไปนั่งกินกาแฟกับนิ้งเพื่อเช็คว่าเจ้าตัวรู้รึเปล่าว่าผมเป็นคู่บัดดี้ โดยมี นุ่นกับพรร่วมโต๊ะด้วย คุยๆไป นิ้งบอกไม่รู้ว่าใครเป็นบัดดี้เรย แถมด่าไม่เอาขนมมาให้อีกต่างหาก( บัดดี้เลวเนอะ ) เข้าห้องประชุมเลยเขียนจดหมายถึงบัดดี้ ฉบับสุดท้าย ใบ้ให้ว่าเป็นใคร นิ้งก็ยังเดาไม่ออก ตอนเฉลยนี่ ยิ้มเลยตอนเอาตุ๊กตาไอ้มดแดงไปให้ ( นึกไม่ถึงเลยอ่ะดิ ) แต่ผมก็โดนตลบหลังเหมือนกัน ก้อ บัดดี้คนที่เทคแคร์ผมนี่ เพิ่งจะนั่งกินกาแฟด้วยกันอ่ะ เป็นนุ่นครับ ตลกดี เดาผิดคน



เฉลยบัดดี้เสร็จกันทุกคน ตอนเกือบเที่ยง พี่ๆ ให้เลือกขวัญใจประจำรุ่นฝ่ายชายได้แก่ เสี่ยอู๊ด ส่วนฝ่ายหญิงได้แก่ …..(จำชื่อไม่ได้ รู้แต่ว่าแสดงเป็นเชอรี่) แล้วก็เลือกหัวหน้าประจำกลุ่ม ได้แก่ ดิว จากสีชมพูนี่เอง
เสร็จก็แยกย้ายไปกินข้าวเที่ยงเตรียมตัวเดินทางกลับครับ แล้วก็ให้เรารวมกลุ่มทำ assignment ส่งก่อนวันปัจฉิมนิเทศ พวกเพื่อนๆพากันถ่ายรูปหมูเป็นที่ระลึกก่อนจะต้องแยกกันไปทำงานในส่วนต่างๆตามแต่ละแผนก

รถออกจากโรงแรมประมาณบ่ายหนึ่ง ไปจอดพักซื้อของฝากที่ร้านแก้ว หมดตังกับการกินขนมไปเยอะ อ่ะ เพิ่งจะได้ซื้อขนมเทคแคร์บัดดี้ทั้งสอง แล้วก็ซื้อของไปฝากพี่ที่แผนก รถมาถึงที่ตึกชินวัตร 1 ประมาณ 5 โมงเย็น แล้วรวบรวมคนกลับลาดกระบังนั่งแท็กซี่กลับ มาถึงสักเกือบหกโมงเย็น ถึงหอโดยสวัสดิภาพ

ถ้าถามว่าได้อะไรจากกิจกรรมนี้บ้าง ในสามวันนี้ ผมได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำ ได้เพื่อนใหม่ๆต่างคณะ ต่างสถาบัน ทำกิจกรรมร่วมกัน รู้จักการทำงานเป็นทีม เรียนรู้กันระหว่างเพื่อนภายในทีม เห็นความแตกต่างของเพื่อนแต่ละคนทำให้รู้ว่าเวลาจะทำงานด้วยกันจะต้องปรับตัวเข้าหากันยังไง สนุกด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน บางคนอาจจะได้แฟนใหม่หรือกิ๊กใหม่ ( 555 ) ก็ต้องขอขอบคุณเอไอเอสที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ให้พวกเราได้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น และอยากให้มีกิจกรรมดีๆอย่างนี้ต่อไปครับ